ช่วงเดือนตุลาคมเป็นช่วงของเทศกาลกินเจ ร้านอาหารหลายร้านมักจะนำเสนอเมนูพิเศษแบบจำกัดเวลาเพื่อดึงดูดความสนใจทั้งจากคนที่กินเจและคนที่ไม่กินเจ ผมเองก็กินเจเหมือนกัน... เจ-แป-นิส-ฟู้ด! ———————————— เข้าสู่ช่วงบทเรียนภาษาญี่ปุ่น เมื่อพูดถึงอาหารญี่ปุ่น เมนูที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้ก็คือ "ราเม็ง" ร้านราเม็งในประเทศญี่ปุ่นสามารถปรับแต่งหน้าราเม็งและเพิ่มท็อปปิ้งได้ตามใจชอบ ท็อปปิ้งแต่ละอย่างมีราคาอยู่ที่ 80-200 เยนโดยประมาณ ซึ่งท็อปปิ้งราเม็งที่พบได้บ่อยแทบจะทุกร้านได้แก่ 1. 味玉 (あじたま) ย่อมาจาก 味付け玉子 (あじつけたまご) หมายถึงไข่ต้มหรือไข่ลวกยางมะตูมที่ปรุงรสด้วยโชยุหรือมิริน แล้วแต่สูตรของแต่ละร้าน 2. ネギ ต้นหอมเป็นท็อปปิ้งที่ขาดไม่ได้ กลิ่นหอมของต้นหอมช่วยลดความเลี่ยน อีกทั้งช่วยเพิ่มรสสัมผัสได้อีกด้วย 3. コーン ข้าวโพดช่วยเพิ่มรสสัมผัสกรุบกรอบ อีกทั้งความหวานของข้าวโพดช่วยเพิ่มรสหวานให้น้ำซุปได้ 4. 海苔 (のり) สาหร่าย (โนริ) เป็นท็อปปิ้งที่จัดเรียงไว้บนชาม บางร้านหั่นเป็นเส้นและใช้โรยหน้าราเม็ง มีวิธีการรับประทานที่หลากหลายขึ้นอยู่กับสไตล์ของแต่ละคน 5. もやし ถั่วงอกเป็นท็อปปิ้งราเม็งที่พบได้บ่อยมาก โดยมากร้านราเม็งมักทำแบบกึ่งต้มกึ่งสุกเพื่อให้มีความกรุบกรอบ แต่ก็มีบางร้านที่เสริฟถั่วงอกแบบสุกเต็มที่ 6. 麺麻 (メンマ) หน่อไม้หมักแปรรูปด้วยการหมักหรือดอง ใส่ลงในราเม็งเพื่อให้ได้รสเปรี้ยวและเพิ่มสีสันให้มีความเหลืองนวลยิ่งขึ้น 7. チャーシュー หมูชาชูเป็นเนื้อหมูส่วนท้องที่นำไปย่างและเคี่ยวด้วยเครื่องปรุงรส มักใช้เป็นท็อปปิ้งสำหรับโปะบนหน้าราเม็ง แต่ละร้านจะมีความแตกต่างกัน ทั้งความหนา ความนุ่ม และปริมาณไขมันของเนื้อหมูขึ้นอยู่กับสูตรของแต่ละร้าน 8. きくらげ เห็ดหูหนูเป็นเห็ดที่มีสรรพคุณทางอาหาร หาได้ง่าย ราคาไม่แพง นิยมใช้โรยบนหน้าราเม็ง นอกจากท็อปปิ้งยอดนิยมดังกล่าว บางร้านก็ชูจุดเด่นด้วยท็อปปิ้งที่หลากหลายให้เลือกจุใจมากกว่า 30 แบบ ถ้าใครมีโอกาสได้มาเที่ยวประเทศญี่ปุ่นก็ลองสั่งท็อปปิ้งแปลกๆ ดูครับ ไม่แน่ว่าอาจจะได้พบกับสุดยอดราเม็งก็เป็นได้ ———————————— ▍ภาพจากเกม Einstein Yori Ai o Komete (アインシュタインより愛を込めて)
