ข้ามไปเนื้อหาหลัก

เมื่อวานผมโพสต์ประกาศสำคัญเรื่องจำนวนผู้ติดตามเพจถึง 15,000 Followers เรียบร้อยแล้ว แต่สมาชิกทางบ้านหลายท่านถึงกับหัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม นึกว่าผมจะประกาศเลิกทำเพจ สาเหตุที่ผู้ส่งสาร (ผม) บอกแค่ "ประกาศสำคัญ" แต่ผู้รับสาร (คุณ) ตีความและเข้าใจว่าต้องเป็นข่าวร้ายอะไรสักอย่างแน่เลย เป็นเพราะการสื่อสารไม่ได้จำกัดเพียงแค่ความหมายตรงตัวตามตัวอักษร ยังมีความหมายที่บ่งชี้เป็นนัยนอกเหนือจากตัวภาษาอีกด้วย ———————————— นักปรัชญาด้านภาษา พอล ไกรซ์ (Paul Grice) ได้สรุปในหนังสือ Logic and conversation ว่าการสนทนาเป็นกิจกรรมที่ต้องอาศัยความร่วมมือกันระหว่างผู้พูดกับผู้ฟัง ทั้งสองฝ่ายต้องมีกรอบหรือแนวทางที่ชัดเจนเพื่อให้เข้าใจตรงกันและสามารถรับส่งถ้อยความได้ถูกต้อง เรียกว่า "ทฤษฎีหลักความร่วมมือ (Cooperative Principle)" ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 กฎย่อย (maxim) ได้แก่ 1. ปริมาณ (Quantity) ผู้พูดควรให้ข้อมูลเท่าที่จำเป็น ไม่ควรเล่าข้อมูลมากเกินไปหรือน้อยเกินไป 2. คุณภาพ (Quality) ผู้พูดควรพูดเฉพาะสิ่งที่เป็นจริง ไม่ควรพูดสิ่งที่เชื่อว่าผิดหรือพูดในสิ่งที่มีหลักฐานไม่เพียงพอ 3. ความสัมพันธ์ (Relation) ผู้พูดควรพูดเฉพาะเรื่องที่สอดคล้องและเกี่ยวข้องกับประเด็นหลักในบทสนทนา ไม่ควรพูดนอกเรื่อง 4. วิธีการ (Manner) ประกอบด้วย - หลีกเลี่ยงการปิดบังข้อมูล - หลีกเลี่ยงถ้อยคำที่คลุมเครือ กำกวม - พูดให้ชัดเจน กระชับ ไม่เยิ่นเย้อ - สื่อสารแบบมีลำดับขั้นตอน ไม่วกวนกลับไปกลับมา ———————————— ในภาคปฏิบัติ ผู้พูดมักจะละเมิดกฎ (Violating the maxim) รวมถึงจงใจละเมิดกฎแบบมีนัย (Flouting the maxim) ส่งผลให้ผู้ฟังต้องพยายามตีความและค้นหาความหมายอื่นที่แฝงอยู่ในคำพูดนั้น (Implicature) ยกตัวอย่างเช่น [เหตุการณ์ 1] A: "ซื้อขนมปังและแยมผลไม้หรือยัง" B: "ซื้อขนมปังแล้วครับ" แม้ว่า B รักษา maxim ด้าน - คุณภาพ (Quality) ด้วยการพูดสิ่งที่เป็นจริง - ความสัมพันธ์ (Relation) ด้วยการพูดเรื่องที่เกี่ยวข้อง - วิธีการ (Manner) ด้วยการพูดให้ชัดเจนและกระชับ แต่ B กำลังละเมิด maxim ด้านปริมาณ (Quantity) เนื่องจาก B ตอบแค่ว่าซื้อขนมปังเท่านั้น ไม่ได้บอกว่าซื้อแยมผลไม้มาด้วย ด้วยเหตุนี้ A อาจตีความว่า B ลืมซื้อแยมผลไม้ ……… [เหตุการณ์ 2] อาจารย์ A: "ชั้นเรียนนี้มีนักศึกษา 100 คนไม่ใช่หรือ" อาจารย์ B: "วันนี้เป็นวันศุกร์" อาจารย์ B กำลังละเมิด maxim ด้านความสัมพันธ์ (Relation) เพราะอาจารย์ B ควรตอบแค่ว่าใช่หรือไม่ใช่ แต่อาจารย์ B กลับตอบว่าวันนี้เป็นวันศุกร์เนื่องจากต้องการสื่อความหมายว่า "วันศุกร์เป็นวันสุดสัปดาห์ นักศึกษามักจะกลับบ้านเร็วกว่าปกติหรือไม่ก็โดดเรียนไปเลย จึงเป็นเหตุผลให้มีคนน้อยกว่าปกติ" ......... [เหตุการณ์ 3] แอดมินเพจ Kagami Nihongo โพสต์ภาพที่มีข้อความเขียนไว้ว่า "ประกาศสำคัญ" สมมุติว่าผู้ติดตามทางบ้านถามว่า "โพสต์นี้เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร" แล้วแอดมินฯตอบเพียงแค่ "ประกาศสำคัญ" สั้นๆ หนึ่งคำ แอดมินฯกำลังละเมิด maxim ด้านปริมาณ (Quantity) เนื่องจากมีข้อมูลไม่เพียงพอ ไม่สามารถทำความเข้าใจได้ทันทีว่าประกาศสำคัญเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร ผู้รับสารอาจตีความคาดเคลื่อนว่าต้องเป็นเรื่องร้ายแรงที่พูดได้ยากลำบากหรือข่าวไม่ดีอะไรสักอย่าง ———————————— ด้วยเหตุนี้ พึงระลึกไว้เสมอว่าการสนทนาในภาคปฏิบัติมักลงเอยด้วยการละเมิด maxim บ่อยครั้ง หากผู้พูดตั้งใจละเมิด maxim ผู้ฟังควรวิเคราะห์ว่าผู้พูดกำลังส่งสัญญาณอะไรบางอย่างอยู่หรือไม่ ยกตัวอย่างเช่นคำว่า "กินข้าวหรือยัง" ในบางกรณีไม่ใช่ประโยคคำถาม ผู้พูดไม่ได้ต้องการรู้ว่าอีกฝ่ายรับประทานอาหารไปแล้วจริงๆ หรือเปล่า หรือแม้แต่ประโยคที่ดูดีอย่าง "เสียงเปียโนไพเราะจัง" อาจจะไม่ใช่คำชม แต่เป็นการตักเตือนว่าเสียงดังมาถึงตรงนี้ หนวกหู หยุดเล่นเปียโนได้แล้ว ———————————— 📕 Reference: Grice, Paul (1975). "Logic and conversation". In Cole, P.; Morgan, J. (eds.). Syntax and semantics. Vol. 3: Speech acts. New York: Academic Press. pp. 41–58. อ่านได้ที่ https://www.ucl.ac.uk/ls/studypacks/Grice-Logic.pdf (ภาษาอังกฤษ)