ข้ามไปเนื้อหาหลัก

▍บทวิเคราะห์ : โครงสร้างข้อสอบ JLPT N1 รูปแบบใหม่ [ยาวไปไม่อ่าน] สรุป - หลังจากนี้ข้อสอบ N1 ยากกว่าเดิมหนึ่งระดับเต็มๆ ไม่มีพื้นที่สำหรับคนที่ไปลองสอบเล่นๆ อีกต่อไป เฉพาะคนที่เตรียมตัวมาเป็นอย่างดีเท่านั้นที่จะสอบผ่าน ———————————— การสอบ JLPT N1 ตั้งแต่รอบธันวาคม 2565 (2022年12月) เป็นต้นไป มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างข้อสอบเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือ 1. วิชาความรู้ตัวภาษา - มีคำศัพท์ใหม่ที่ไม่เคยปรากฏในหนังสือติวสอบสำนักใดๆ - มีคำศัพท์ที่อยู่นอกขอบเขตโจโยคันจิ / อยู่ใน Kanji Kentei ระดับ 1級 - オノマトペ ไม่ออกสอบ (เดิมออกสอบปีละ 1 ข้อ) - คำศัพท์คาตาคานะยากขึ้น เดาจากภาษาอังกฤษไม่ได้ 2. วิชาการอ่าน - มีบทความขนาดกลางเพิ่มเข้ามา 1 บทความเต็มๆ ซึ่งอาจส่งผลให้ทำข้อสอบไม่ทันถ้าวางแผนไม่ดีพอ - แม้ว่าจำนวนข้อน้อยลง แต่ความยากเท่าเดิม - มีคำศัพท์ยากเกินขอบเขตโจโยคันจิแทรกอยู่ในบทความ ไม่มีฟุริงานะกำกับเสียงอ่านให้ 3. วิชาการฟัง - ลดเวลาสอบ จากเดิม 60 นาที เหลือ 55 นาที (ลดลง 5 นาที) - จำนวนข้อทั้งหมดน้อยลง แต่บทสนทนายาวขึ้น - มีการอัพเดตเนื้อหาใหม่ให้ทันสมัยมากขึ้น เช่น การทำงานในยุคโควิด แนวโน้มการจ้างงานในอนาคต เวิร์คไลฟ์บาลานซ์ เป็นต้น ———————————— ■ สถิติที่น่าสนใจ จำนวนเปอร์เซ็นต์ผู้ที่สอบ N1 ผ่าน 2020年12月 = 45.2% 2021年12月 = 34.5% 2022年12月 = 30.8% ← เปลี่ยนโครงสร้างข้อสอบใหม่ ———————————— ■ เคล็ดลับและคำแนะนำสำหรับผู้ที่เตรียมตัวสอบ N1 1. เลิกอ่านหนังสือที่หน้าปกเขียนว่าคำศัพท์ N1 เพราะหนังสือติวสอบเหล่านี้ล้าสมัย คลังคำศัพท์อัพเดตตามไม่ทัน ทั้งเล่มออกสอบไม่เกิน 5 คำ 2. ทุกๆ ปีจะมีคันจิหรือคำศัพท์ใหม่ประมาณ 1-2 คำที่ไม่เคยปรากฏในข้อสอบเก่ามาก่อน แต่สอดแทรกอยู่ในบทความพาร์ทการอ่าน 3. ไวยากรณ์บางข้อเป็นรูปประโยคไวยากรณ์ระดับ N4-N2 ซ้อนกัน 2 รูปประโยค ดังนั้นอย่าลืมทบทวนของเก่าด้วย 4. ภาษาสุภาพยังจำเป็นอยู่ ออกสอบทั้งไวยากรณ์และการฟัง อย่าทิ้ง 5. ฝึกอ่านให้เร็วยิ่งขึ้น หรือฝึกเทคนิคการอ่านข้ามคำแบบผ่านๆ (skimming) เพราะจำนวนบทความที่ต้องอ่านเพิ่มขึ้นมา 1 บทความ 6. จำคังโกะ (漢語) ให้แม่น เพราะคีย์เวิร์ดในข้อสอบการฟังหลายข้อเป็นคังโกะ 7. สมาธิต้องนิ่ง เพราะบทสนทนาในข้อสอบการฟังยาวขึ้น ถ้าหลุดหนึ่งข้อ คะแนนหายเยอะมาก 8. ข้อสอบเก่ามีประโยชน์เสมอ ทำข้อสอบเก่าเยอะๆ ช่วยได้